หลายคนอยากรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ ไทย มีวิธีคิดและแนวทางการทำงานอย่างไร
บทความนี้จะพาไปสำรวจมุมมองและสไตล์การทำงานที่ทำให้พวกเขาก้าวมาถึงจุดนี้ได้
ภาพรวมของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในไทย
วงการธุรกิจไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากจากอดีต ทั้งเรื่องเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และรูปแบบการแข่งขัน นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไทย จำนวนมากจึงต้องปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อยู่เสมอ
ความแตกต่างระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่
ในอดีตความสำเร็จทางธุรกิจมักผูกอยู่กับเงินทุนและเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว แต่ในยุคนี้ไอเดียที่ดีและความสามารถในการปรับตัวกลับมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ
นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายคนในปัจจุบันจึงเริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กก่อนขยายตัวอย่างรวดเร็ว
วิธีคิดที่พบได้บ่อยในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไทย
เมื่อสังเกตแนวคิดของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไทย หลายคน จะพบรูปแบบความคิดที่คล้ายคลึงกันอยู่บางประการ แม้ธุรกิจที่ทำจะแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม

อ้างอิง: Top of Google
มองปัญหาเป็นโอกาส
จุดร่วมที่พบได้บ่อยคือการมองปัญหาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ แทนที่จะมองว่าเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด นักธุรกิจกลุ่มนี้มักตั้งคำถามว่าจะแก้ปัญหานั้นให้ดีขึ้นได้อย่างไร ตัวอย่างง่าย ๆ คือการเห็นความไม่สะดวกของลูกค้าแล้วพัฒนาสินค้าหรือบริการมาตอบโจทย์ตรงจุดนั้น
กล้าตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน
อีกลักษณะเด่นคือความกล้าตัดสินใจแม้ในสถานการณ์ที่ข้อมูลยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักไม่รอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนลงมือทำ แต่จะเริ่มต้นจากสิ่งที่พอมีและปรับปรุงไปพร้อมกับการเรียนรู้ระหว่างทาง
สไตล์การทำงานแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม
นอกจากวิธีคิดแล้ว รูปแบบการทำงานของนักธุรกิจไทยยุคใหม่ก็มีความแตกต่างจากรูปแบบเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความยืดหยุ่นและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
การทำงานแบบยืดหยุ่นและกระจายอำนาจ
หลายองค์กรเริ่มลดโครงสร้างการบริหารแบบขั้นบันไดที่ซับซ้อน แล้วหันมาใช้ทีมขนาดเล็กที่ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น แนวทางนี้ช่วยให้ธุรกิจตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ทันเวลามากขึ้น
การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจ
นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไทย จำนวนมากเริ่มนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจแทนการใช้ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างของแนวทางที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีดังนี้
- ติดตามพฤติกรรมลูกค้าผ่านข้อมูลการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้เครื่องมือดิจิทัลช่วยวางแผนและติดตามผลการดำเนินงาน
- ทดลองแนวคิดใหม่ในวงเล็กก่อนขยายผลจริง
- เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทีมงานทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ
ตัวอย่างนักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ ไทย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไทย บางส่วนที่มีวิธีคิดและสไตล์การทำงานแตกต่างกันไปตามธุรกิจของตัวเอง แต่ละคนสะท้อนแนวทางการทำงานยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
เฟิร์น นัทธมน พิศาลกิจวนิช เจ้าของสุกี้ตี๋น้อย

อ้างอิง: Marketing Oops!
เฟิร์น นัทธมน พิศาลกิจวนิช คือผู้ก่อตั้งร้านสุกี้บุฟเฟต์ชื่อดังอย่างสุกี้ตี๋น้อย ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุ 25 ปี จากการมองเห็นช่องว่างในตลาดที่ลูกค้าต้องการบุฟเฟต์ราคาเข้าถึงง่ายแต่ได้บรรยากาศดีเหมือนร้านในห้าง
แนวคิดเด่นของเธอคือการวางเป้าหมายขยายสาขาไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ได้มองว่าเป็นเพียงร้านเดียวเพื่อเลี้ยงชีพ พร้อมทั้งเรียนรู้จากธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวมาต่อยอดจนกลายเป็นระบบที่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว
ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้บุกเบิกวงการสตาร์ตอัปไทย

อ้างอิง: ธนาคารไทยพาณิชย์
ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อหมู เป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มอีบุ๊กและนิยายออนไลน์ Ookbee และเป็นหนึ่งในผู้บริหารกองทุนร่วมลงทุน 500 TukTuks ที่สนับสนุนสตาร์ตอัปไทยมาอย่างยาวนาน
แนวคิดการทำงานของเขาเน้นการเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทดลองจากจุดเล็ก ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ก่อนขยับขยาย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและมุ่งสร้างระบบนิเวศให้ธุรกิจในเครือเติบโตไปพร้อมกัน
ปิยะเลิศ ใบหยก ผู้ขับเคลื่อนธุรกิจอาหารในเครือใบหยก

อ้างอิง: Forbes Thailand
เบียร์ ปิยะเลิศ ใบหยก ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการกลุ่มใบหยกและผู้บริหารธุรกิจอาหารในเครือ
เขาผสมผสานความดั้งเดิมของธุรกิจครอบครัวเข้ากับเทรนด์ใหม่ ๆ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกและการใช้กลยุทธ์การตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่
นอกจากบทบาทนักธุรกิจแล้ว เขายังทำคอนเทนต์บนช่องยูทูบส่วนตัวที่มีผู้ติดตามจำนวนมากอีกด้วย
บทสรุป
ภาพรวมของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในไทย ในยุคนี้สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิธีคิดที่มองปัญหาเป็นโอกาส กล้าตัดสินใจ และเปิดรับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
แนวทางเหล่านี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนทำงานทุกระดับนำไปปรับใช้กับเส้นทางของตัวเองได้เช่นกัน

