หากพูดถึงยอดนักลงทุนแถวหน้าในตลาดหุ้นไทย ชื่อของ นิติ โอสถานุเคราะห์ ย่อมเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง
นอกจากบทบาททายาทตระกูลใหญ่ผู้ขับเคลื่อนโอสถสภาแล้ว เขายังมีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจ
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเส้นทางชีวิตและบทบาทสำคัญของเขาในปัจจุบันกันค่ะ
นิติ โอสถานุเคราะห์ คือใคร

อ้างอิง: howemagazine
นิติ โอสถานุเคราะห์ เป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลโอสถานุเคราะห์ โดยเป็นบุตรของสุรินทร์ โอสถานุเคราะห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคชื่อดังของไทยมาอย่างยาวนาน
การศึกษาและเส้นทางการทำงาน
ด้านการศึกษา มีการระบุว่า นิติ โอสถานุเคราะห์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์จากวิทยาลัยแอมเฮิร์สต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางการทำงานด้านการบริหารธุรกิจและการลงทุนในเวลาต่อมา
ในช่วงต้นของเส้นทางการทำงาน มีการพูดถึงว่าเขาเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในหลายบริษัท เช่น บริษัทประกันคุ้มภัยและบริษัทชาญอิสระ ดีเวลล็อปเม้นท์
ก่อนจะขยับมามีบทบาทสำคัญในธุรกิจของครอบครัวมากขึ้นในเวลาต่อมา
บทบาทใน บริษัท โอสถสภา จำกัด มหาชน
ปัจจุบัน นิติ โอสถานุเคราะห์ ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังและสินค้าอุปโภคบริโภคที่คนไทยคุ้นเคยกันดี
ตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัท
มีการรายงานว่าเขาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร กรรมการบริหารความเสี่ยง รวมถึงกรรมการสรรหากำหนดค่าตอบแทนบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของบริษัท
นอกจากนี้ยังมีบทบาทเป็นกรรมการในบริษัทโอสถานุเคราะห์โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของตระกูลอีกด้วย
สัดส่วนการถือหุ้นในโอสถสภา
ตามข้อมูลที่มีการเปิดเผย นิติ โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้นในบริษัทประมาณ 723 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 24 เปอร์เซ็นต์ของหุ้นทั้งหมด
ทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ บริษัท โอสถสภา จำกัด มหาชน อย่างต่อเนื่องมาหลายปี
บริษัท โอสถสภา จำกัด มหาชน

อ้างอิง: Finnomena
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือชื่อหุ้น OSP คือหนึ่งในบริษัทบริโภคภัณฑ์ (FMCG) ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีอายุกว่า 130 ปี (ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2434)
- ธุรกิจหลัก คือผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง (เช่น M-150, ลิโพวิตัน-ดี, ฉลาม), เครื่องดื่มฟังก์ชันแนลดริ้งก์ (เช่น C-Vitt, เปปทีน) และผลิตภัณฑ์ดูแลบุคคล (เช่น เบบี้มายด์, ทเวลฟ์ พลัส)
- เป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยมี M-150 เป็นแบรนด์หลัก
- ขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) และอีกหลายประเทศทั่วโลก
การลงทุนในธุรกิจอื่นนอกเหนือจากโอสถสภา
นอกจากบทบาทในโอสถสภาแล้ว นิติ โอสถานุเคราะห์ ยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ที่กระจายการถือหุ้นไปยังบริษัทจดทะเบียนอื่นในตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วย
เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น ตารางด้านล่างสรุปบางส่วนของบริษัทที่มีการรายงานว่าเขาถือหุ้นอยู่ เช่น
| บริษัท | ประเภทธุรกิจ |
| โอสถสภา (OSP) | เครื่องดื่มชูกำลังและสินค้าอุปโภคบริโภค |
| ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) | โรงแรมและอาหาร |
| โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) | ค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้าน |
| ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) | นิคมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ |
| โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) | โรงแรมและร้านอาหาร |
มุมมองการลงทุน ของ นิติ โอสถานุเคราะห์
นิติ โอสถานุเคราะห์ ได้รับการยกย่องเป็นนักลงทุนแบบ Value Investor (VI) ระดับตำนาน แม้เก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยออกสื่อ แต่รูปแบบการลงทุนตลอดหลายสิบปีสะท้อน 4 กลยุทธ์สำคัญ ดังนี้ค่ะ
- เลือกหุ้นที่มีคูเมืองแข็งแกร่ง
- เน้นผู้นำตลาด มีแบรนด์ทรงอิทธิพล และยากที่คู่แข่งจะเลียนแบบ
- เน้นถือยาวระยะยาว
- มุ่งเติบโตไปกับมูลค่ากิจการและเก็บปันผล ไม่เน้นเก็งกำไรระยะสั้น
- ช้อนซื้อช่วงวิกฤต
- อาศัยจังหวะตลาดตกใจเข้าเก็บหุ้นพื้นฐานดีในราคาต่ำกว่ามูลค่าจริง
- โฟกัสธุรกิจเข้าใจง่าย
- เน้นกลุ่มอุปโภคบริโภคและวิถีชีวิตผู้คนที่มีความเสี่ยงโดนดิสรัปต์ต่ำ
ภาพลักษณ์ในวงการนักลงทุนไทย

อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ
ด้วยพอร์ตการลงทุนที่มีมูลค่ารวมระดับหมื่นล้านบาท ทำให้ นิติ โอสถานุเคราะห์ ได้รับการกล่าวถึงในวงการการเงินด้วยฉายาที่หลายสำนักข่าวใช้เรียกว่านักลงทุนในตำนาน
มีการพูดถึงว่าเขาติดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยระดับต้นๆ มาอย่างต่อเนื่องหลายปี อย่างไรก็ตาม มูลค่าพอร์ตการลงทุนอาจเปลี่ยนแปลงไปตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในแต่ละช่วงเวลา
บทสรุป
ไม่ว่าจะในบทบาทผู้บริหารโอสถสภา หรือนักลงทุนแถวหน้าของเมืองไทย สิ่งที่ทำให้ นิติ โอสถานุเคราะห์ โดดเด่นเสมอ คือการมองเกมยาวและการสร้างการเติบโตที่มั่นคง
เรื่องราวของเขาจึงเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ สำหรับใครที่อยากเข้าใจโลกธุรกิจและการลงทุนยุคนี้ค่ะ









