กาแฟพันธุ์ไทย เจ้าของ คือใครและแบรนด์นี้เติบโตมาได้อย่างไร บทความนี้รวบรวมข้อเท็จจริงครบทั้งประวัติการก่อตั้ง ตัวตนของผู้บริหารที่ปั้นแบรนด์ กลยุทธ์ขยายสาขาจากปั๊มน้ำมันสู่กว่า 3,200 สาขาทั่วประเทศ และเป้าหมายการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต มาไว้ให้ผู้ที่สนใจเรื่องราวธุรกิจไทยได้ติดตามในที่เดียว
กาแฟพันธุ์ไทย เจ้าของ คือใคร
คำตอบของคำถามที่หลายคนสงสัยคือ กาแฟพันธุ์ไทยไม่ใช่แบรนด์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยตรง แต่เป็นแบรนด์กาแฟที่ดำเนินการโดย บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด หรือ “PUN” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ PTG (พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)) และเป็นกิจการ Non-Oil หนึ่งของกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
ผู้บริหารที่ถือว่าเป็นหน้าเป็นแบรนด์ของพันธุ์ไทยมาตลอดคือ คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ซึ่งนอกจากดูแลการบริหารแบรนด์แล้ว เธอยังเป็นผู้วางกลยุทธ์ครั้งสำคัญที่พลิกธุรกิจจากการขาดทุนยาวนาน 9 ปี สู่การกลายเป็นแบรนด์มหาชนที่วางเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ดังนั้นหากสรุปให้ชัดเจน เจ้าของพันธุ์ไทยในภาพรวมคือกลุ่ม PTG ส่วนการบริหารจัดการวันนี้ถ่ายทอดมาสู่ทีมผู้บริหารนำโดยคุณสุขวสา ในฐานะกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท
กาแฟพันธุ์ไทย ข้อมูลฉบับย่อ
Pun Thai Coffee — แบรนด์ในเครือ PTG
เปิดตัว
19 กันยายน 2555
สาขาแรก
ปั๊ม PT อำเภอบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
ผู้ดำเนินการ
บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด (บริษัทย่อย PTG)
ผู้บริหาร
สุขวสา ภูชัชวนิชกุล (กรรมการผู้จัดการ)
จำนวนสาขา
รวมกว่า 3,200 สาขาทั่วประเทศ
เป้าหมาย
5,000 สาขาในปี 2570
Tagline ล่าสุด “#พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้” เปิดตัวปลายปี 2567 ครบรอบ 12 ปีของแบรนด์
ประวัติกาแฟพันธุ์ไทย จากปั๊มน้ำมันสู่ร้านกาแฟทั่วประเทศ
กาแฟพันธุ์ไทยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555 ที่สถานีบริการน้ำมันพีที สาขาอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจุดประสงค์เริ่มต้นมาจากแนวคิดของเครือปั๊มที่ต้องการมีร้านกาแฟคุณภาพดีในราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ บริการนักเดินทางที่แวะเติมน้ำมัน
อย่างไรก็ตามเส้นทางของแบรนด์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะหลังดำเนินธุรกิจมา 9 ปีเต็ม กาแฟพันธุ์ไทยยังคงขาดทุนต่อเนื่อง แม้ผู้บริหารจะมั่นใจว่าใช้เมล็ดอาราบิก้า 100% และรสชาติดีเยี่ยมแล้วก็ตาม จนต้องยอมรับว่าปัญหาอยู่ที่ “การยืนอยู่ผิดที่ผิดทาง” มากกว่าคุณภาพของสินค้า
ไทม์ไลน์เส้นทางกาแฟพันธุ์ไทย
- พ.ศ. 2555
เปิดสาขาแรกในปั๊ม PT
เปิดตัววันที่ 19 กันยายน ที่ปั๊มน้ำมันพีที อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อบริการกาแฟราคาเข้าถึงง่ายแก่นักเดินทาง
- พ.ศ. 2556–2564
ช่วงทดลองและขาดทุนต่อเนื่อง 9 ปี
แม้มั่นใจในรสชาติและใช้อาราบิก้า 100% แต่ยังไม่เจอตำแหน่งที่ถูกต้องในตลาดจนกระทั่งปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่
- พ.ศ. 2564–2565
ระเบิดศึกนอกปั๊ม + Rebrand
วิเคราะห์ SWOT ร่วมกับฐานข้อมูลบัตรสมาชิก PTG ก่อนขยายสาขาสู่โลเคชันใจกลางเมือง สถานที่ราชการ และมหาวิทยาลัย พร้อมปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย
- พ.ศ. 2567
ไทยริกาโน่ กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย
เปิดตัวกาแฟอาราบิก้าจากแม่ฮ่องสอน น่าน และเชียงใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์คู่แรก “คัลแลนและพี่จอง” และ Tagline ใหม่ #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้
- พ.ศ. 2568–2569
พุ่งสู่เป้าหมายแบรนด์มหาชน
สาขาทะลุ 1,987 แห่งในปลายปี 2568 ก่อนขยายรวมกว่า 3,200 สาขา และวางเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2569
กลยุทธ์ขยายสาขาทั่วไทย ทำอย่างไรจึงเติบโตรวดเร็ว

อ้างอิง: marketeer online
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารนำข้อมูลมาวิเคราะห์ SWOT ร่วมกับฐานข้อมูลบัตรสมาชิกของ PTG จนพบว่าปั๊มที่มียอดขายกาแฟสูงสุดและฐานลูกค้าหลักอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่ในการขยายสาขานอกปั๊มอย่างจริงจังช่วงปี 2564–2565 ในพื้นที่ใจกลางเมือง สถานที่ราชการ และมหาวิทยาลัย พร้อมกับปรับภาพลักษณ์ร้านใหม่ให้ทันสมัย
หลังปรับกลยุทธ์ ธุรกิจกลับมาทำกำไรได้ถึง 212 ล้านบาทภายใน 3 ปี และเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยหลักการสำคัญดังนี้
- ใช้แฟรนไชส์โมเดล 20:80 ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเป็นเจ้าของร้านได้ง่าย โดยแบรนด์คุมมาตรฐานและระบบ
- ต่อยอดเครือข่ายปั๊มพีทีทั่วประเทศเป็นฐานขยายสาขาที่มีอยู่แล้วก่อนปักหมุดพื้นที่ใหม่
- สร้างความต่างด้วยการนำวัตถุดิบท้องถิ่นจากชุมชนทั่วไทยมาพัฒนาเป็นเมนูเฉพาะของแบรนด์
- วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจากฐานข้อมูลจริงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ด้านผลิตภัณฑ์ กาแฟพันธุ์ไทยมีทีม R&D ที่ค้นหาวัตถุดิบพรีเมียมจากทุกภูมิภาคมารังสรรค์เป็นเมนูเฉพาะ เช่น น้ำตาลดอกมะพร้าวจากอัมพวา ตาลโตนดจากสงขลา นมข้าวโพดจากปากช่อง มะม่วงเบาสงขลา และส้มมะปี๊ดจากจันทบุรี ที่ถูกนำมาสร้างเป็นเมนูอย่าง จี๊ดกาแฟ และ กาแฟตาลโตนด
4 เสาหลักกลยุทธ์ขยายสาขาพันธุ์ไทย
สรุปจากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารแบรนด์
แฟรนไชส์โมเดล 20:80
เปิดโอกาสให้พันธมิตรท้องถิ่นเป็นเจ้าของร้านได้ง่าย โดยแบรนด์ดูแลระบบและมาตรฐาน
ฐานปั๊ม PT ทั้งประเทศ
ใช้เครือข่ายสถานีบริการน้ำมันและฐานข้อมูลสมาชิก PTG เป็นหลักตั้งต้นของการขยายสาขา
โลเคชันนอกปั๊ม
ปักหมุดจุดหมายใหม่ อาทิ อาคารรัฐสภา มหาวิทยาลัย และย่านใจกลางเมือง พร้อมปรับดีไซน์ร้านให้ทันสมัย
วัตถุดิบท้องถิ่น + R&D
นำของดีจากชุมชนทั่วไทย เช่น ตาลโตนด ส้มมะปี๊ด และชาอัสสัม มาสร้างเป็นเมนูเฉพาะแบรนด์
ไทยริกาโน่ กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยที่พลิกเกมธุรกิจ
หนึ่งในความสำเร็จล่าสุดของเจ้าของกาแฟพันธุ์ไทยคือการเปิดตัว “ไทยริกาโน่” (Thairicano) กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทยแท้ สายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดของแม่ฮ่องสอน น่าน และเชียงใหม่ ในราคาที่เข้าถึงง่าย โดยเมล็ดกาแฟชุดนี้ได้รับการประเมินคะแนนจากสมาคมกาแฟพิเศษแห่งประเทศไทยมากกว่า 85 คะแนน ซึ่งถือเป็นเกรดสเปเชียลตี้
ที่มาของไทยริกาโน่เกิดจากการขึ้นดอยสำรวจของผู้บริหารที่พบว่ากาแฟไทยระดับพรีเมียมอร่อยกว่ากาแฟอเมริกาโน่ทั่วไปในตลาดมาก แต่กลับถูกมองข้าม จึงนำมาพัฒนาเป็นอเมริกาโน่รสนุ่ม มีเทสต์โน้ตของดอกไม้ ช็อกโกแลต และถั่ว เพื่อตอบโจทย์กระแสคนที่หันมาดื่มกาแฟพิเศษมากขึ้น ควบคู่กับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คู่แรกของแบรนด์อย่าง “คัลแลนและพี่จอง”
เป้าหมายอนาคต 5,000 สาขา และการเข้าตลาดหลักทรัพย์
สำหรับอนาคต เจ้าของกาแฟพันธุ์ไทยวางเป้าหมายไว้ชัดเจนทั้ง 3 ระยะ คือ นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2569 ขยายจำนวนสาขาให้ถึง 5,000 แห่งในปี 2570 และผลักดันรายได้ให้แตะระดับประมาณ 4.7 พันล้านบาทภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ตามที่คุณสุขวสาเปิดเผยผ่าน บทสัมภาษณ์ของ Forbes Thailand
จากตัวเลขปัจจุบันที่มียอดสาขารวมกว่า 3,200 แห่งทั่วประเทศ การก้าวสู่เป้าหมาย 5,000 สาขาภายในปี 2570 ถือเป็นการเติบโตที่ท้าทาย แต่ก็สอดคล้องกับพลังการขยายตัวในระยะหลัง หากเปรียบเทียบกับเส้นทางของแบรนด์เครื่องดื่มไทยรายอื่นอย่างอิชิตันที่เคยขยายตัวอย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่นาน
บทสรุป
สรุปแล้ว กาแฟพันธุ์ไทย เจ้าของคือบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ในเครือ PTG โดยมีคุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุลเป็นกรรมการผู้จัดการผู้บริหารแบรนด์ เจ้าของพันธุ์ไทยเติบโตมาจากจุดเล็กๆ ในปั๊มน้ำมันบางปะหันเมื่อปี 2555 ผ่านช่วงขาดทุน 9 ปี ก่อนพลิกเกมด้วยการออกนอกปั๊มและกลยุทธ์ข้อมูลจนปัจจุบันมีกว่า 3,200 สาขา พร้อมเป้าหมาย 5,000 สาขาและการเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2569–2570 เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้จุดแข็งฐานเครือข่ายเดิมมาสร้างเจ้าของกาแฟพันธุ์ไทยรุ่นใหม่ที่กล้าคิดต่างอย่างมีข้อมูลรองรับ
ข้อควรทราบ: ข้อมูลธุรกิจแฟรนไชส์และการลงทุนในบทความนี้นำเสนอเพื่อความรู้เท่านั้น การตัดสินใจลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทุกครั้ง


