เมื่อพูดถึงตระกูลธุรกิจทรงอิทธิพลของไทย ชื่อของ “จิราธิวัฒน์” ย่อมติดอันดับต้น ๆ ด้วยอาณาจักรเซ็นทรัลที่ครอบคลุมห้าง ศูนย์การค้า โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจออนไลน์ทั่วเอเชียและยุโรป
หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการเติบโตคือ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้ขับเคลื่อนเซ็นทรัลพัฒนาและร่วมสร้างเครือโรงแรมเซ็นทาราให้เติบโตระดับภูมิภาค
บทความนี้จะพาไปรู้จักเส้นทางของสุทธิเกียรติและตระกูลจิราธิวัฒน์ จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ บนถนนเจริญกรุง สู่กลุ่มเซ็นทรัลที่มีพนักงานกว่า 100,000 คน และสมาชิกกว่า 20 ล้านราย
สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ คือใคร
สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ และเป็นหนึ่งในผู้นำที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหัวเรือใหญ่ของเครือเซ็นทรัลในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของไทยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่
ชื่อของเขาผูกพันแน่นแฟ้นกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ซึ่งเขานั่งเป็นประธานกรรมการบริหารยาวนานกว่า 30 ปี ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นถัดไปอย่างเป็นทางการ

อ้างอิง: Thaiger
ประวัติส่วนตัวและการศึกษา
สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เป็นบุตรของสามฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ หลานของเตียง จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งตระกูลธุรกิจเซ็นทรัล เขาเติบโตท่ามกลางครอบครัวนักธุรกิจ พร้อมพี่น้องอย่าง สุทธิชัย ศ.ดร.สุทธิพันธ์ และสุทธิลักษณ์ จิราธิวัฒน์ ที่ล้วนคุ้นเคยกับงานค้าขายตั้งแต่วัยเด็ก
ด้านการศึกษา สุทธิเกียรติเรียนทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์หลายสาขา สะท้อนบทบาทสำคัญของเขาในการพัฒนาธุรกิจบริการและอสังหาริมทรัพย์ของไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
เส้นทางสู่ผู้นำเครือเซ็นทรัล
สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เริ่มบทบาทผู้บริหารในเครือเซ็นทรัลช่วงขยายธุรกิจจากห้างสรรพสินค้าไปสู่ศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ โดยรับตำแหน่งผู้บริหารกลุ่มโรงแรมและฟาสต์ฟู้ดในปี 2536 และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเซ็นทรัลพัฒนาให้เติบโตจนเป็นผู้นำด้านศูนย์การค้าไทย
เขาโดดเด่นด้วยการบริหารแบบลงรายละเอียด ใกล้ชิดพนักงาน และยึดข้อมูลจริงในการตัดสินใจ แม้ช่วงแรกธุรกิจโรงแรมจะขาดทุนสะสม แต่ยังเดินหน้าต่อด้วยแนวคิดเรียนรู้จากปัญหา ซึ่งช่วยวางรากฐานความแข็งแกร่งให้เครือเซ็นทรัลในระยะยาว
เบื้องหลังตระกูลจิราธิวัฒน์ จากแซ่เจ็งสู่ตระกูลค้าปลีกอันดับหนึ่งของไทย
เรื่องราวของตระกูลจิราธิวัฒน์ไม่ได้เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ แต่เริ่มจากชายชาวจีนคนหนึ่งที่อพยพข้ามทะเลมาด้วยมือเปล่า เพื่อหาโอกาสในแผ่นดินใหม่ ปัจจุบันลูกหลานของเขากระจายอยู่ในแทบทุกธุรกิจหลักของเครือเซ็นทรัล และยังคงรักษาความเป็นตระกูลธุรกิจที่บริหารแบบครอบครัวไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
จากเกาะไหหลำสู่ห้องแถวย่านธนบุรี
ต้นตระกูลของจิราธิวัฒน์ คือ เตียง แซ่เจ็ง (เกิด พ.ศ. 2448 หรือ ค.ศ. 1905) ชาวจีนจากหมู่บ้านไหเค้า มณฑลไหหลำ ประเทศจีน
เขาเดินทางเข้าสู่สยามในช่วงทศวรรษ 1920 พร้อมกับลูกชายชื่อ ห่อกเส็ง โดยตั้งหลักปักฐานที่ฝั่งธนบุรี และเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในปี 2470 (ค.ศ. 1927) เริ่มต้นด้วยทุนน้อยและสินค้าจำพวกของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน
เตียงสมรสกับภรรยาชื่อ “หวาน” และมีลูกหลานจำนวนมาก รวมแล้วเขามีบุตรกับภรรยา 3 คน รวมทั้งสิ้น 26 คน นั่นจึงเป็นรากฐานของ “ครอบครัวขนาดใหญ่” ที่ปัจจุบันมีลูกหลานสืบทอดสายตระกูลราว 220 คน และในจำนวนนี้มีประมาณ 51 คนที่ยังคงมีบทบาทในธุรกิจของเครือเซ็นทรัลในระดับต่าง ๆ
เปลี่ยนแซ่เจ็งสู่ “จิราธิวัฒน์”
ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลไทยมีนโยบายให้ชาวจีนที่อาศัยในประเทศต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลไทย ครอบครัวแซ่เจ็งจึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น “จิราธิวัฒน์” ซึ่งให้ความหมายไปในทิศทาง “ความเจริญรุ่งเรืองอันยั่งยืน” สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของครอบครัวที่ต้องการสร้างธุรกิจให้คงอยู่ข้ามรุ่น
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้งของครอบครัวคือเมื่อ สามฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ (ห่อกเส็ง) บุตรชายคนโตของเตียง ก้าวขึ้นมารับช่วงต่อ และร่วมกับพี่น้องก่อตั้ง บริษัท เซ็นทรัล เทรดดิ้ง จำกัด ในปี 2490 บนถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อ “เซ็นทรัล” ที่ทุกวันนี้คนไทยคุ้นเคย
ห้างเซ็นทรัลร้านแรกย่านสีพระยา
ร้านเซ็นทรัลร้านแรกตั้งอยู่ย่านสีพระยา จำหน่ายสินค้านำเข้าซึ่งหายากในกรุงเทพฯ ขณะนั้น ตั้งแต่หนังสือและนิตยสารจากอเมริกาและยุโรป ไปจนถึงเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และของแปลกใหม่จากต่างประเทศ
สินค้าเหล่านี้ดึงดูดทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่อยากสัมผัสไลฟ์สไตล์โลกตะวันตก ทำให้กิจการของครอบครัวเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และค่อย ๆ ขยับขยายจากร้านเล็กในห้องแถวสู่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในเวลาต่อมา
ลำดับรุ่นและการสืบทอดของตระกูลจิราธิวัฒน์
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตระกูลจิราธิวัฒน์รักษาธุรกิจมาได้กว่า 4 รุ่น คือการวางระบบลำดับการสืบทอดอย่างเป็นระเบียบ ทั้งในด้านโครงสร้างองค์กร การบริหารคน และธรรมนูญตระกูลที่กำหนดบทบาทของสมาชิกแต่ละคน
รุ่นที่ 1: เตียง จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง
เตียงคือคนแรกที่หว่านเมล็ดพันธุ์ทางธุรกิจในแผ่นดินไทย ด้วยการเปิดร้านขายของในย่านธนบุรี เขาวางรากฐานเรื่องค่านิยมในการทำธุรกิจ ความซื่อสัตย์ และการทำงานหนัก ก่อนจะส่งต่อให้ลูกหลานในรุ่นต่อมา ก่อนที่เขาจะถึงแก่กรรมในปี 2511 (ค.ศ. 1968) ตระกูลจิราธิวัฒน์ก็เริ่มมีกิจการห้างเซ็นทรัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
รุ่นที่ 2: สามฤทธิ์ สุทธิชัย สุทธิเกียรติ และพี่น้อง
รุ่นที่ 2 ถือเป็น “รุ่นวางอาณาจักร” อย่างแท้จริง สามฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ขยายห้างเซ็นทรัลจากสีพระยาไปสู่ทำเลใหม่ ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ขณะที่ สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ วางรากฐานการบริหารแบบมืออาชีพ ส่วน สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ทุ่มเทกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ผ่านบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา และธุรกิจโรงแรม Centara
พี่น้องในรุ่นนี้แต่ละคนได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจในขาที่ต่างกัน เพื่อกระจายความเสี่ยงและให้แต่ละหน่วยธุรกิจมีผู้รับผิดชอบหลักที่ชัดเจน วิธีคิดนี้ยังคงเป็นแบบแผนของการบริหารตระกูลในรุ่นถัด ๆ มา
รุ่นที่ 3 และ 4: ทศ ธีรยุทธ และการเปลี่ยนผ่าน
ผู้นำรุ่นที่ 3 ที่โดดเด่นที่สุดในเวทีระดับโลก คือ ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) ผู้ผลักดันให้กลุ่มเซ็นทรัลก้าวออกไปลงทุนในต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อ La Rinascente ห้างสรรพสินค้าหรูในอิตาลีในปี 2554 หรือการร่วมทุนกับ Signa Holding ของออสเตรียเพื่อเข้าซื้อ Globus ในสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2563
ขณะเดียวกัน รุ่นที่ 4 ก็เริ่มเข้ามาบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ในวันที่ 1 มกราคม 2566 ธีรยุทธ จิราธิวัฒน์ ก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ CPN อย่างเป็นทางการ พร้อมกับที่สุทธิเกียรติเปลี่ยนบทบาทมาเป็นที่ปรึกษา สะท้อนการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างเป็นระบบจากรุ่นสู่รุ่นในตระกูลนี้
บทบาทของสุทธิเกียรติในการสร้างอาณาจักรเซ็นทรัลพัฒนา
หากจะเอ่ยถึงผลงานที่จับต้องได้มากที่สุดของสุทธิเกียรติ คงต้องพูดถึงบทบาทของเขาในการสร้างเครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา และการพลิกฟื้นธุรกิจโรงแรมในเครือ Centara ให้ก้าวขึ้นมาเป็นเชนระดับภูมิภาค
เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวกับการมาถึงของบาร์โค้ดในไทย
สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ผลักดันการใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดในเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวเป็นครั้งแรกของไทย ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงในยุคที่ระบบยังใช้กระดาษ แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ยกระดับเครือเซ็นทรัลด้านเทคโนโลยีค้าปลีก
ต่อมา เซ็นทรัลพัฒนาได้ขยายศูนย์การค้าทั่วประเทศ เช่น CentralWorld, Central Embassy และ Central Westgate ภายใต้แนวคิดที่มองศูนย์การค้าเป็น “ศูนย์กลางของชีวิตเมือง” ไม่ใช่แค่สถานที่ช้อปปิ้ง

อ้างอิง: Central Online
พลิกฟื้นธุรกิจโรงแรม Centara
ในช่วงแรกของการบุกเบิกธุรกิจโรงแรม สุทธิเกียรติยอมรับว่าเขาแบกขาดทุนสะสมราว 700 ล้านบาทภายในเวลา 6 ปี ทว่าด้วยปรัชญาที่ว่า “ถ้าเรารู้ว่าเราขาดทุนกับอะไร เราก็จะรู้ว่าต้องแก้ตรงไหน” เขาจึงเดินหน้าปรับโครงสร้าง ทั้งระบบบริหาร การฝึกอบรมพนักงาน และการเลือกทำเลใหม่ ๆ จนในที่สุดเครือโรงแรม Centara ก็พลิกกลับมาทำกำไรและขยายไปทั่วประเทศไทย
หนึ่งในการเดิมพันครั้งใหญ่ของเขาคือการขยายโรงแรม Centara ไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนใน 5 เกาะของมัลดีฟส์ เพื่อพัฒนาเป็นรีสอร์ตระดับห้าดาว ซึ่งกลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวกลุ่มลักชัวรีจากทั่วโลก และทำให้ Centara กลายเป็นแบรนด์โรงแรมไทยที่มีชื่อในระดับสากล

อ้างอิง: 2Madames
อาณาจักรธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลในปัจจุบัน
กลุ่มเซ็นทรัล หรือ Central Group ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นกลุ่มทุนไทยที่ลงทุนต่างประเทศมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะในยุโรป ครอบคลุมธุรกิจหลัก 9 กลุ่ม มีจุดให้บริการรวมกว่า 5,000 จุดทั่วโลก พนักงานทั้งในและต่างประเทศกว่า 100,000 คน และมีฐานลูกค้าสมาชิกมากกว่า 20 ล้านราย
ธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต
เสาหลักทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลยังคงเป็นค้าปลีก ผ่านบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ซึ่งครอบคลุมแบรนด์หลัก เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล (Central Department Store), โรบินสัน, ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops, ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า Power Buy, ร้านเครื่องเขียนและหนังสือ B2S, และร้านอุปกรณ์กีฬา Supersports
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ผ่านเซ็นทรัลพัฒนา
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เป็นผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา CentralWorld Central Embassy ตลอดจนโครงการมิกซ์ยูส ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และอาคารสำนักงาน ในจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศไทย
CPN ถือเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูง และเป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดคืนกลับสู่กลุ่มเซ็นทรัลในระยะยาว
โรงแรมและร้านอาหารในเครือ CRG และ Centara
นอกจากค้าปลีกและศูนย์การค้า กลุ่มเซ็นทรัลยังมีบทบาทสำคัญในธุรกิจร้านอาหารผ่าน Central Restaurants Group (CRG) ซึ่งบริหารแบรนด์ดังระดับโลกในไทย เช่น KFC, Mister Donut, Auntie Anne’s, Pepper Lunch
รวมถึงแบรนด์ที่ตระกูลพัฒนาขึ้นเอง ส่วนธุรกิจโรงแรมขับเคลื่อนผ่าน Centara Hotels & Resorts ที่มีโรงแรมและรีสอร์ตทั้งในไทย เวียดนาม ลาว มัลดีฟส์ ตุรกี กาตาร์ และอีกหลายประเทศ
การขยายตลาดต่างประเทศ La Rinascente, Globus และ Selfridges
การขยายสู่ต่างประเทศของกลุ่มเซ็นทรัลในรุ่นทศ จิราธิวัฒน์ ถือเป็นบทใหม่ที่สำคัญ การเข้าซื้อ La Rinascente ห้างสรรพสินค้าหรูในอิตาลี ในปี 2554 ด้วยมูลค่าราว 291 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลกลายเป็นเจ้าของแบรนด์ค้าปลีกระดับลักชัวรีในยุโรป
ก่อนจะตามมาด้วยการเข้าซื้อ Globus ห้างหรูในสวิตเซอร์แลนด์ มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ผ่านการร่วมทุนกับ Signa Holding ในปี 2563 และการเข้าไปถือหุ้นในกลุ่มห้างหรูระดับโลกอื่น ๆ ในยุโรป
การลงทุนเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของกลุ่มเซ็นทรัลที่ต้องการก้าวจาก “บริษัทค้าปลีกของไทย” สู่ “เจ้าของพอร์ตค้าปลีกระดับโลก” และเป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญในการบริหารห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรีของตระกูล

อ้างอิง: Marketeer Online
ธรรมนูญตระกูลจิราธิวัฒน์ กลไกสืบทอดความสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้ตระกูลจิราธิวัฒน์ต่างจากตระกูลธุรกิจไทยอื่น ๆ คือการมี ธรรมนูญตระกูล ที่จัดทำขึ้นในปี 2545 (ค.ศ. 2002) เพื่อแยกบทบาทของ “ครอบครัว” “ธุรกิจ” และ “ผู้ถือหุ้น” ออกจากกันอย่างชัดเจน ลดความขัดแย้งภายในและทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจตั้งอยู่บนหลักการมืออาชีพ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ส่วนตัว
โครงสร้างการบริหาร 3 ระดับ
โครงสร้างของตระกูลจิราธิวัฒน์ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
- สภาครอบครัว (Family Council) ดูแลเรื่องสวัสดิภาพ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ของสมาชิกในตระกูล รวมถึงเรื่องการศึกษา การรักษาพยาบาล และกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว
- คณะกรรมการกลุ่มเซ็นทรัล (CG Board) ดูแลการตัดสินใจลงทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 3 พันล้านบาท พร้อมพิจารณานโยบายระดับกลุ่ม
- คณะผู้บริหารธุรกิจ (Business Management) รับผิดชอบงานปฏิบัติการในแต่ละหน่วยธุรกิจตามปกติ โดยมีผู้บริหารมืออาชีพและสมาชิกตระกูลที่มีคุณสมบัติเข้ามาทำงานร่วมกัน
หลักการเงินและการลงทุน
ธรรมนูญตระกูลกำหนดกฎเหล็กหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดว่า หนี้สินของบริษัทไม่ควรเกิน 3 เท่าของรายได้ประจำปี และต้องมีศักยภาพในการหยุดดำเนินงานเพื่อชำระหนี้ภายใน 3 ปี หากเกิดสถานการณ์เลวร้าย นอกจากนี้ การลงทุนต้องโฟกัสที่ “core business” และผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการการลงทุนอย่างเข้มงวด
ในด้านผู้นำ ธรรมนูญกำหนดว่า CEO จะต้องได้รับเลือกใหม่ทุก ๆ 4 ปี โดยต้องได้คะแนนเสียงสนับสนุนจากสมาชิกผู้ถือหุ้นในตระกูลอย่างน้อย 75% ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ผู้บริหารระดับสูงต้องพิสูจน์ฝีมือต่อสมาชิกตระกูลอย่างต่อเนื่อง และเปิดทางให้รุ่นใหม่ก้าวขึ้นมามีบทบาทได้อย่างเป็นระบบ
มรดกของตระกูลจิราธิวัฒน์ในวงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ไทย
การเดินทางของตระกูลจิราธิวัฒน์จากร้านขายของเล็ก ๆ ในห้องแถวเจริญกรุง สู่กลุ่มธุรกิจระดับโลก ได้ทิ้งมรดกสำคัญไว้ต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ตั้งแต่การปรับโฉมประสบการณ์ช้อปปิ้ง ไปจนถึงการกำหนดผังเมืองและจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในหลายจังหวัด
วางรากฐานค้าปลีกสมัยใหม่ของไทย
ห้างเซ็นทรัล สาขาชิดลม ที่เปิดให้บริการในปี 2516 ถือเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยที่ออกแบบในแนว “ห้างหรู” เต็มรูปแบบ และเป็นต้นแบบของห้างไทยรุ่นต่อ ๆ มา
ตามด้วยเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ที่เปิดในปี 2525 ในฐานะ “ศูนย์การค้าครบวงจร” แห่งแรกของไทย ที่รวมห้างสรรพสินค้า โรงแรม สำนักงาน และพื้นที่ร้านค้าย่อยไว้ในที่เดียว นับเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ปรับให้ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยกับรูปแบบการใช้ชีวิตในศูนย์การค้าจนถึงปัจจุบัน
ระบบการบริหารห้างค้าปลีก การวางผังร้าน ระบบสมาชิก The1 และการสร้างประสบการณ์ “Customer Centric” ของกลุ่มเซ็นทรัลล้วนกลายเป็นแบบอย่างให้กับธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ในประเทศไทย และเป็นเหมือนตำราที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ใช้อ้างอิงอยู่บ่อยครั้ง
ปรับโฉมเมืองและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ภายใต้การนำของสุทธิเกียรติและทีม ได้ปรับเปลี่ยนผังเมืองของหลายจังหวัดในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาในจังหวัดต่าง ๆ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น พิษณุโลก นครราชสีมา หาดใหญ่ และภูเก็ต
การลงทุนเหล่านี้ยังกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เพิ่มการจ้างงาน และส่งผลต่อราคาที่ดินรอบศูนย์การค้า ทำให้ CPN กลายเป็นทั้งผู้พัฒนาเชิงพาณิชย์และตัวเร่งการพัฒนาเมือง
บทบาทต่อเศรษฐกิจไทยและความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
กลุ่มเซ็นทรัลและตระกูลจิราธิวัฒน์ติดอันดับท็อปของตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศไทยจากการจัดอันดับของ Forbes มาอย่างต่อเนื่อง โดยฟอร์บส์ประเทศไทยเคยจัดอันดับให้ตระกูลนี้เป็นตระกูลที่ถือครองสินทรัพย์มากที่สุดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวมหลายแสนล้านบาท ขณะที่ในปี 2562 มูลค่าสินทรัพย์ของตระกูลถูกประเมินไว้ราว 670,000 ล้านบาท
ในระดับนานาชาติ การเข้าซื้อกิจการ La Rinascente, Globus และการเข้าไปลงทุนในห้างหรูระดับโลกอื่น ๆ ทำให้ตระกูลจิราธิวัฒน์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนของทุนไทยในเวทียุโรป และเป็นโมเดลที่นักธุรกิจไทยรุ่นใหม่จำนวนมากใช้ศึกษาเรื่องการสร้างแบรนด์ระดับสากลจากฐานในประเทศ
บทสรุป สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และมรดกของตระกูลในศตวรรษใหม่
เรื่องราวของสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ คือส่วนหนึ่งของมหากาพย์ตระกูลจิราธิวัฒน์ จากร้านค้าของผู้อพยพชาวจีนสู่กลุ่มธุรกิจระดับเอเชียและยุโรป
เขามีบทบาทสำคัญในการผลักดันเซ็นทรัลพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจโรงแรม Centara จนเติบโตเป็นเครือระดับภูมิภาค สะท้อนแนวคิดการบริหารที่เน้นวิสัยทัศน์ ความอึด และการลงพื้นที่จริง
ขณะเดียวกัน ทายาทรุ่นใหม่ของตระกูลกำลังสืบทอดธุรกิจภายใต้กรอบธรรมนูญครอบครัว เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกค้าปลีกยุคดิจิทัล ทำให้จิราธิวัฒน์ยังคงเป็นตัวอย่างของธุรกิจครอบครัวที่เติบโตและปรับตัวอย่างต่อเนื่องจากอดีตสู่ปัจจุบัน







